กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข เผยสถานการณ์เฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2569 พบเชื้อ A(H1N1)pdm09 เป็นสายพันธุ์ที่ตรวจพบมากที่สุด ขณะที่ผลการวิเคราะห์ ทางพันธุกรรม ยังไม่พบการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้การดื้อยาต้านไวรัสในตัวอย่างที่ตรวจวิเคราะห์ ยืนยันเดินหน้าเฝ้าระวัง การเปลี่ยนแปลงของสายพันธุ์และการดื้อยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนมาตรการป้องกันและควบคุมโรค พร้อมแนะประชาชน ดูแลสุขอนามัยและปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุข
ดร.นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ของศูนย์ไข้หวัดใหญ่แห่งชาติ (Thai National Influenza Center) สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์สาธารณสุข กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ซึ่งเป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงไข้หวัดใหญ่ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ได้รับการแต่งตั้งจากองค์การอนามัยโลก (WHO) พบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2569 มีตัวอย่างผู้ป่วยที่ส่งตรวจเฝ้าระวังรวม 8,734 ตัวอย่าง ตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 1,278 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 14.63 โดยเป็นเชื้อ A(H1N1)pdm09 จำนวน 704 ตัวอย่าง (ร้อยละ 55.09) เชื้อ A(H3N2) จำนวน 306 ตัวอย่าง (ร้อยละ 23.94) และเชื้อ B/Victoria lineage จำนวน 268 ตัวอย่าง (ร้อยละ 20.97)

สำหรับเดือนตุลาคม 2569 มีตัวอย่างผู้ป่วยส่งตรวจ 581 ตัวอย่าง ตรวจพบเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ 122 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 21.00 โดยเป็นเชื้อ A(H1N1)pdm09 จำนวน 115 ตัวอย่าง (ร้อยละ 94.26) เชื้อ A(H3N2) จำนวน 3 ตัวอย่าง (ร้อยละ 2.46) และเชื้อ B/Victoria lineage จำนวน 4 ตัวอย่าง (ร้อยละ 3.28) สะท้อนให้เห็นว่าเชื้อ A(H1N1)pdm09 เป็นสายพันธุ์ที่ตรวจพบมากที่สุดในเดือนดังกล่าว
ดร.นพ.อดิสรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการติดตามสายพันธุ์ย่อยของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ พบว่า เชื้อ A(H1N1)pdm09 สายพันธุ์ 6B.1A.5a.2a.1 มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2569 และยังคงเป็นสายพันธุ์หลักที่ตรวจพบ ขณะที่เชื้อ A(H3N2) พบสายพันธุ์ย่อย K เป็นสายพันธุ์หลักตลอดช่วงการเฝ้าระวัง และเชื้อ B/Victoria lineage ตรวจพบสายพันธุ์ V1A.3a.2 ทั้งนี้ การติดตามสายพันธุ์และการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่อย่างต่อเนื่อง มีความสำคัญต่อการประเมินแนวโน้มของเชื้อที่แพร่ระบาด และสนับสนุนการวางมาตรการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเหมาะสม
สำหรับการเฝ้าระวังการดื้อยาต้านไวรัส โดยการวิเคราะห์การกลายพันธุ์ของยีน Neuraminidase (NA) พบว่า ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม 2569 ไม่พบการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง H275Y ในเชื้อ A(H1N1)pdm09 ซึ่งสัมพันธ์กับการดื้อยา โอเซลทามิเวียร์ และไม่พบการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่งอื่น ซึ่งมีรายงานว่าสัมพันธ์กับการลดความไวต่อยาต้านไวรัสกลุ่ม neuraminidase inhibitors ในเชื้อ A(H1N1)pdm09, A(H3N2) และ B/Victoria lineage ทั้งนี้ ตัวอย่างที่ตรวจวิเคราะห์ ในเดือนตุลาคม 2569 จำนวน 127 ตัวอย่าง ไม่พบการกลายพันธุ์ที่บ่งชี้การดื้อยาต้านไวรัส
“กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่อย่างต่อเนื่อง ทั้งการติดตามสายพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรม และการดื้อยาต้านไวรัส เพื่อสนับสนุนข้อมูลทางห้องปฏิบัติการสำหรับการประเมินสถานการณ์และวางแนวทางด้านสาธารณสุขอย่างเหมาะสม พร้อมขอความร่วมมือประชาชนดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำด้านสาธารณสุข เพื่อลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อและการแพร่กระจายของโรค” อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวทิ้งท้าย
