1.มะละกอ
มะละกอจัดเป็นผลไม้ที่ให้ผลดีต่อระบบย่อยอาหาร และยังอุดมไปด้วยใยอาหารชนิดละลายน้ำได้ มีเบต้าแคโรทีน และวิตามินซี ซึ่งสารอาหารเหล่านี้ล้วนช่วยรักษาแผลในกระเพาะอาหาร ช่วยให้แผลหายเร็ว ป้องกันการติดเชื้อ และยังช่วยให้การขับถ่ายทำงานได้ดีอีกด้วย
2.กล้วย
กล้วยมีสารอาหารชนิดหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นการแบ่งเซลล์ในกระเพาะอาหาร ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระเพาะอาหารจนสามารถทนต่อกรดได้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีสารทริปโตเฟน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายให้สามารถเปลี่ยนเป็นเซโรโทนิน ซึ่งเป็นสารสื่อประสาทที่ช่วยกระตุ้นให้กระเพาะอาหารสร้างเยื่อเมือกตามธรรมชาติออกมา เพื่อเคลือบแผลในกระเพาะอาหาร จึงช่วยลดอาการแสบระคายท้องได้ดี
3.แคนตาลูป
แคนตาลูปอุดมไปด้วยสารเบต้าแคโรทีนสูง ซึ่งสารชนิดนี้มีส่วนช่วยป้องกันเยื่อบุกระเพาะอักเสบ จึงเร่งช่วยให้แผลในกระเพาะอาหารหายเร็วยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังอุดมไปด้วยวิตามินซีที่ช่วยป้องกันการติดเชื้อในกระเพาะอาหารอีกด้วย

4.แอปเปิล
แอปเปิลมีสารเพกตินที่ช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร และยังช่วยเสริมสร้างภูมิต้านทานให้เยื่อบุกระเพาะมีความทนต่อกรดจากน้ำย่อยได้ ดังนั้นหากมีอาการแสบท้องจากโรคกระเพาะ แนะนำให้กินแอปเปิลจะช่วยบรรเทาอาการได้ดี
5.มะขามป้อม
เนื่องจากมะขามป้อมเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูงกว่าส้มถึง 20 เท่า อีกทั้งยังเป็นผลไม้ที่มีรสฝาด จึงมีสรรพคุณช่วยรักษาแผลและช่วยลดกรดในกระเพาะอาหารได้ดี นอกจากนี้มะขามป้อมยังช่วยบรรเทาอาการเสียดท้องได้ด้วย
6.ฝรั่ง
ฝรั่งอุดมไปด้วยสารแทนนินในปริมาณมาก ในขณะที่ฝรั่งผลสุกอุดมไปด้วยใยอาหารชนิดเพกตินสูงและยังมีวิตามินซีสูงอีกด้วย ถือว่าเป็นผลไม้ที่ช่วยดูแลกระเพาะอาหารจากอาการแสบท้อง ช่วยสมานแผล และลดอาการอักเสบได้ดีเลยทีเดียว
7.ลูกยอ
หลายคนทราบกันดีว่าลูกยอมีสรรพคุณที่เด่นชัดในเรื่องของการรักษาอาการกรดไหลย้อน เนื่องจากสารอาหารในลูกยอมีส่วนช่วยเร่งกระบวนการสมานแผลในกระเพาะอาหาร และยังช่วยลดอาการอักเสบเฉียบพลันของกระเพาะอาหารจากการบริโภคอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์อีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.sanook.com/women/176389/
