ปากซีด ปากแดง ปากม่วงคล้ำ สีริมฝีปากบอกโรค สัญญาณเตือนสุขภาพที่สังเกตได้ด้วยตนเอง
ริมฝีปากมีสีชมพูเพราะชั้นผิวหนังบริเวณนี้บางมากจนมองเห็นเส้นเลือดฝอยด้านล่าง และมีเม็ดสีเมลานินน้อยกว่าผิวส่วนอื่น สีของริมฝีปากสามารถบอกโรคได้ หากปากซีดอาจหมายถึงภาวะโลหิตจาง ปากแดงจัดอาจมีไข้สูง และหากปากม่วงคล้ำแสดงถึงภาวะขาดออกซิเจนในเลือด ซึ่งเป็นสัญญาณอันตรายของโรคปอดหรือหัวใจ นี่จึงเป็นเหตุผลที่แพทย์มีข้อปฏิบัติก่อนผ่าตัดให้งดทาลิปสติก หรือแต่งหน้าก่อนเข้าห้องผ่าตัด เพื่อให้สามารถสังเกตระดับออกซิเจนผ่านสีริมฝีปากตามธรรมชาติได้อย่างแม่นยำ
ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับสีริมฝีปาก
- เรื่องที่เกี่ยวข้อง : อาการแสดงทางกายภาพที่บ่งบอกโรค
- ลักษณะปกติ : ริมฝีปากสีชมพูหรือแดงระเรื่อ ชุ่มชื้น ไม่แห้งแตก
- สาเหตุปากคล้ำทั่วไป : สูบบุหรี่ แพ้ลิปสติก เลียปากบ่อย แสงแดด หรือการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน
- สัญญาณอันตรายบอกโรค : ปากซีดขาว (โลหิตจาง) ปากแดงจัด (ไข้สูง/ความดันสูง) ปากม่วงคล้ำ (ขาดออกซิเจน/โรคหัวใจและปอด)
- กฎก่อนผ่าตัด : งดแต่งหน้า ทาลิปสติก และต้องแจ้งแพทย์หากเคยสักริมฝีปาก
ทำไมริมฝีปากของคนเราถึงมีสีชมพู ?
สีชมพูของริมฝีปากไม่ได้มาจากเม็ดสี แต่มาจากโครงสร้างผิวหนังที่แตกต่างจากส่วนอื่น
ชั้นหนังกำพร้าที่บางเฉียบและการมองเห็นเส้นเลือดฝอย
- ผิวริมฝีปากบางมาก (มีเพียง 3-5 ชั้น เทียบกับผิวหน้าที่มีถึง 16 ชั้น)
- ความโปร่งแสงนี้ทำให้มองทะลุลงไปเห็นเส้นเลือดฝอยที่อยู่ด้านล่าง สีแดงของเลือดจึงสะท้อนออกมาเป็นสีชมพู
ปริมาณเม็ดสีเมลานินที่น้อยกว่าผิวหนังบริเวณอื่น
- ริมฝีปากมีเม็ดสี “เมลานิน” น้อยมาก สีของเส้นเลือดฝอยจึงไม่ถูกบดบัง
- ผู้ที่มีผิวคล้ำตามกรรมพันธุ์ อาจมีเมลานินที่ริมฝีปากมากกว่า ทำให้สีริมฝีปากดูเข้มขึ้นได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ
ปากคล้ำเกิดจากอะไร ? สาเหตุใกล้ตัวที่หลายคนมองข้าม
- สูบบุหรี่ สารทาร์และนิโคตินในบุหรี่ส่งผลต่อหลอดเลือดและผิวหนังบริเวณริมฝีปาก ทำให้เลือดไหลเวียนไม่ดี อีกทั้งความร้อนจากบุหรี่ยังอาจกระตุ้นให้ริมฝีปากผลิตเม็ดสีมากขึ้น จนสีริมฝีปากค่อย ๆ คล้ำลง
- แพ้ลิปสติกหรือเครื่องสำอาง ลิปสติก ลิปบาล์ม หรือผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจมีน้ำหอม สี หรือสารเคมีที่ทำให้ริมฝีปากระคายเคือง เมื่อเกิดการอักเสบ แห้ง ลอก หรือคันซ้ำ ๆ อาจทิ้งรอยคล้ำไว้ได้ โดยเฉพาะผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย
- เลียริมฝีปากบ่อย หลายคนคิดว่าการเลียริมฝีปากช่วยให้ปากชุ่มชื้น แต่ความจริงแล้วเอนไซม์ในน้ำลายอาจทำให้ริมฝีปากระคายเคืองและสูญเสียความชุ่มชื้นมากขึ้น เมื่อปากแห้ง แตก และอักเสบบ่อย สีริมฝีปากจึงดูคล้ำลงได้
- แสงแดดและฮอร์โมน ริมฝีปากเป็นบริเวณที่เจอแสงแดดโดยตรง แต่หลายคนมักลืมทาลิปบาล์มที่มีสารกันแดด ทำให้รังสี UV กระตุ้นเม็ดสีได้ นอกจากนี้ ความเครียด การใช้ยาคุมกำเนิด หรือการตั้งครรภ์ก็อาจทำให้เม็ดสีทำงานมากขึ้น ส่งผลให้ริมฝีปากดูเข้มขึ้นได้เช่นกัน
เปรียบเทียบลักษณะสีของริมฝีปากและหัวนม
ริมฝีปากและหัวนมมีโครงสร้างทางสรีรวิทยาที่คล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่ง
เส้นเลือดหล่อเลี้ยงจำนวนมากที่ทำให้เกิดสีชมพูตามธรรมชาติ
- ทั้งสองบริเวณมีเส้นเลือดฝอยและปลายประสาทมารวมตัวกันหนาแน่น ผิวที่บางจึงสะท้อนสีเลือดออกมาเป็นสีชมพูเหมือนกัน
สาเหตุที่ริมฝีปากคล้ำง่ายกว่าและการเปลี่ยนสีช่วงตั้งครรภ์
- ริมฝีปากคล้ำง่ายกว่าเพราะต้องเจอแสงแดด UV และสารเคมีตลอดเวลา ส่วนหัวนมอยู่ในร่มผ้า
- ช่วงตั้งครรภ์ ฮอร์โมนจะกระตุ้นให้ทั้งริมฝีปากและหัวนมมีสีเข้มขึ้นตามธรรมชาติ และจะจางลงเองหลังคลอด
สีริมฝีปากบอกโรค สัญญาณเตือนสุขภาพที่สังเกตได้ด้วยตัวเอง
หมั่นสังเกตสีริมฝีปากหน้ากระจก เพราะนี่คือหน้าต่างสะท้อนระบบเลือดและออกซิเจน
ริมฝีปากซีดขาว สัญญาณเตือนภาวะโลหิตจางและความดันโลหิตต่ำ
- ขาดเม็ดเลือดแดงหรือธาตุเหล็ก (โลหิตจาง)
- ความดันโลหิตต่ำ เลือดไปเลี้ยงส่วนปลายไม่พอ
- เสียเลือดมากกะทันหัน
ริมฝีปากแดงจัด ภัยเงียบจากภาวะไข้สูงและความดันโลหิตสูง
- ร่างกายมีไข้สูง หลอดเลือดขยายตัวเพื่อระบายความร้อน
- ความดันโลหิตสูง เลือดสูบฉีดแรงผิดปกติ
- อาการแพ้อย่างรุนแรง (มักมีอาการปากบวมร่วมด้วย)
ริมฝีปากคล้ำหรือสีม่วง ภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำในผู้ป่วยโรคปอดและหัวใจ
- สัญญาณวิกฤต ปากสีม่วงหรือเขียวคล้ำ แปลว่าร่างกายขาดออกซิเจนรุนแรง
- พบได้บ่อยในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลว โรคหอบหืดรุนแรง หรือโรคปอดเรื้อรัง ต้องรีบพบแพทย์ทันที
ทำไมแพทย์ห้ามทาลิปสติกก่อนเข้าห้องผ่าตัด ?
หลายคนอาจสงสัยว่า ทำไมก่อนเข้ารับการผ่าตัด แพทย์หรือพยาบาลจึงมักแจ้งให้งดแต่งหน้า งดทาเล็บ และงดทาลิปสติก คำตอบคือ สีของริมฝีปากและเล็บสามารถช่วยให้ทีมแพทย์ประเมินการไหลเวียนเลือดและระดับออกซิเจนของผู้ป่วยได้
ระหว่างการผ่าตัดหรือการวางยาสลบ แพทย์จำเป็นต้องติดตามสัญญาณชีพอย่างใกล้ชิด หากริมฝีปากเปลี่ยนเป็นสีซีด ม่วง หรือคล้ำผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณว่าร่างกายกำลังมีปัญหา เช่น ออกซิเจนลดลงหรือระบบไหลเวียนเลือดผิดปกติ
แต่หากผู้ป่วยทาลิปสติกหรือแต่งหน้าหนา สีจริงของริมฝีปากอาจถูกบดบัง ทำให้การประเมินอาการคลาดเคลื่อนได้ สำหรับผู้ที่เคยสักริมฝีปาก ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า เพื่อให้แพทย์พิจารณาสังเกตสัญญาณจากบริเวณอื่น เช่น เยื่อบุตา ปลายเล็บมือ หรือปลายเล็บเท้าแทน
สีริมฝีปากแบบไหนควรพบแพทย์ ?
แม้สีริมฝีปากจะเปลี่ยนได้จากหลายสาเหตุ แต่หากมีอาการต่อไปนี้ ไม่ควรรอดูอาการนานเกินไป
- ริมฝีปากซีดมากร่วมกับเหนื่อยง่าย หน้ามืด ใจสั่น หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
- ริมฝีปากม่วงคล้ำหรือเขียวคล้ำ โดยเฉพาะเมื่อมีอาการหายใจลำบาก
- ปากแดงจัดร่วมกับไข้สูง ปากบวม ผื่นขึ้น หรือแน่นหน้าอก
- สีริมฝีปากเปลี่ยนอย่างรวดเร็วโดยไม่ทราบสาเหตุ
- เด็กมีปากเขียวขณะดูดนม อยู่เฉย ๆ หรือหายใจผิดปกติ
วิธีดูแลริมฝีปากให้สุขภาพดี ลดปัญหาปากคล้ำ
การดูแลริมฝีปากอย่างถูกวิธีช่วยลดความหมองคล้ำ แห้งแตก และระคายเคืองได้ โดยเริ่มจากพฤติกรรมง่าย ๆ เช่น ดื่มน้ำให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการเลียริมฝีปากบ่อย ๆ ใช้ลิปบาล์มที่ให้ความชุ่มชื้น และเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะกับผิวแพ้ง่าย
หากต้องออกแดดเป็นประจำ ควรใช้ลิปบาล์มที่มีสารกันแดดร่วมด้วย เพื่อลดการกระตุ้นเม็ดสีจากรังสี UV ส่วนผู้ที่สูบบุหรี่ การลดหรือเลิกสูบบุหรี่ไม่เพียงช่วยให้สีริมฝีปากดีขึ้น แต่ยังดีต่อสุขภาพหัวใจ ปอด และหลอดเลือดในระยะยาว
สำหรับผู้ที่สงสัยว่าแพ้ลิปสติก ยาสีฟัน หรือผลิตภัณฑ์บางชนิด ควรหยุดใช้ชั่วคราวและสังเกตอาการ หากริมฝีปากยังอักเสบ คัน แห้งลอก หรือคล้ำมากขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง
สรุป
สีชมพูของริมฝีปากคือสีของเส้นเลือดฝอยที่สะท้อนผ่านผิวหนังที่บางเฉียบ การหมั่นสังเกตสีริมฝีปากเป็นประจำสามารถช่วยคัดกรองโรคได้ หากปากซีดอาจเป็นสัญญาณของภาวะโลหิตจาง หากปากม่วงคล้ำอาจขาดออกซิเจน การดูแลริมฝีปากด้วยการงดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงลิปสติกที่แพ้ และไม่ทาลิปสติกก่อนเข้าผ่าตัด คือวิธีง่าย ๆ ในการปกป้องสุขภาพและความปลอดภัยของตนเอง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสีริมฝีปาก
Q: เลียริมฝีปากบ่อย ๆ ทำให้ปากคล้ำจริงไหม
A: จริง เอนไซม์ย่อยอาหารในน้ำลายจะระคายเคืองผิวริมฝีปาก ทำให้แห้ง แตก และมีสีคล้ำลงในที่สุด
Q: ปากคล้ำจากกรรมพันธุ์ ทำให้เป็นสีชมพูถาวรได้ไหม
A: ไม่สามารถเปลี่ยนด้วยครีมบำรุง แต่สามารถใช้เลเซอร์ลดเม็ดสี หรือสักริมฝีปากเพื่อกลบสีเดิมได้
Q: เด็กทารกร้องไห้จนปากเขียว อันตรายหรือไม่
A: หากปากเขียวเฉพาะตอนร้องไห้กลั้น มักจะหายเองเมื่อเด็กกลับมาหายใจปกติ แต่หากปากเขียวตอนดูดนมหรืออยู่เฉย ๆ อาจเสี่ยงโรคหัวใจแต่กำเนิด ควรรีบพบแพทย์
Q: ยาสีฟันทำให้ริมฝีปากคล้ำได้จริงหรือ
A: จริง หากแพ้ฟลูออไรด์หรือสารทำให้เกิดฟองในยาสีฟัน จะทำให้ขอบปากอักเสบและทิ้งรอยดำไว้
Q: ดื่มน้ำน้อยทำให้สีริมฝีปากเปลี่ยนไปไหม
A: มีส่วน ภาวะขาดน้ำทำให้ปากแห้งลอก เลือดไหลเวียนไม่ดี ริมฝีปากจึงดูซีดเซียวและคล้ำลง การจิบน้ำบ่อย ๆ จะช่วยให้ปากกลับมาอิ่มฟูและมีสีระเรื่อ
ข้อมูลโดย
อ. พญ.สัญชวัล วิทยากรฤกษ์
สาขาวิชาเวชศาสตร์ผู้ป่วยนอกเด็กและวัยรุ่น ภาควิชากุมารเวชศาสตร์
คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล
ขอบคุณข้อมูลจาก :
