นักวิทยาศาสตร์ค้นพบวิธี “ปิดสวิตช์” สารก่อภูมิแพ้จากแมวและเกสร ด้วยแสงยูวีปลอดภัย อาจลดอาการแพ้ในอนาคต
ทีมวิจัยนำโดย เอลิซาเบธ ไอเดม (Elizabeth Eidem) นักวิจัยอาวุโสจากภาควิชาวิศวกรรมโยธา สิ่งแวดล้อม และสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยโคโลราโดของสหรัฐอเมริกา เผยความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการควบคุมอาการภูมิแพ้ โดยค้นพบว่าแสงอัลตราไวโอเลต (UV) ชนิดหนึ่งที่ปลอดภัยต่อมนุษย์ สามารถลดฤทธิ์ของสารก่อภูมิแพ้ในอากาศได้อย่างรวดเร็ว ไม่ใช่ด้วยการทำลายเชื้อ แต่ด้วยการเปลี่ยนโครงสร้างของสารก่อภูมิแพ้จนระบบภูมิคุ้มกันไม่สามารถจดจำได้ การใช้แสงยูวีแบบพาสซีฟที่มีความปลอดภัย ได้รับการยืนยันว่าสามารถทำให้สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ “หมดฤทธิ์” ได้ในระยะเวลาอันสั้น
สารก่อภูมิแพ้ เช่น โปรตีนจากขนแมวหรือเกสรดอกไม้ ไม่ใช่สิ่งมีชีวิต จึงไม่สามารถ “ฆ่า” ได้เหมือนเชื้อโรค แต่ทีมวิจัยพบว่าแสงยูวีสามารถทำให้โครงสร้างโปรตีนเหล่านี้บิดเบี้ยว เปลี่ยนรูปร่างพื้นผิว จนแอนติบอดีไม่สามารถจับได้ ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันไม่ตอบสนองรุนแรงเหมือนเดิม
การทดลองใช้แสงยูวีชนิดพิเศษที่เรียกว่า UV222 ซึ่งแตกต่างจากยูวีฆ่าเชื้อทั่วไป (UV254) ที่ใช้ในโรงพยาบาลและห้องแล็บและเป็นอันตรายต่อผิวหนังและดวงตา โดย UV222 มีความยาวคลื่นที่อ่อนกว่า ไม่สามารถแทรกซึมลึกเข้าสู่ร่างกาย และจากงานวิจัยก่อนหน้าพบว่าสามารถทำลายไวรัสในอากาศได้โดยไม่ก่ออันตรายต่อมนุษย์
ในห้องทดลองขนาด 10 ลูกบาศก์เมตร นักวิจัยได้พ่นสารก่อภูมิแพ้ที่พบบ่อย 7 ชนิดให้ลอยในอากาศ จากนั้นฉายแสง UV222 และติดตามการเปลี่ยนแปลงด้วยเทคนิคตรวจวัดที่มีความไวสูง ผลปรากฏว่า หลังได้รับแสงเพียง 30 นาที ระดับสารก่อภูมิแพ้ในอากาศลดลงเฉลี่ยร้อยละ 20–25 และในกรณีของโปรตีนจากแมว Fel d 1 ลดลงสูงถึงร้อยละ 61 ภายใน 40 นาที ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่มีสารป้องกันโปรตีน
ระดับการฉายแสงที่ใช้ยังต่ำกว่าค่าความปลอดภัยต่อผิวหนังและดวงตาที่กำหนดโดยหน่วยงานด้านอาชีวอนามัยของสหรัฐฯ อย่างมาก ทำให้ UV222 มีศักยภาพนำไปใช้จริงในชีวิตประจำวัน ขณะที่ในปัจจุบันการลดสารก่อภูมิแพ้ยังต้องพึ่งวิธีที่ยุ่งยากและใช้เวลานาน เช่น การรื้อพรม ซักเครื่องนอนด้วยน้ำร้อน ดูดฝุ่นเป็นประจำ อาบน้ำสัตว์เลี้ยง และใช้แผ่นกรองอากาศ HEPA ซึ่งทำได้ยากในระยะยาว งานวิจัยหนึ่งพบว่า จากผู้เลี้ยงแมวกว่า 200 คน มีเพียงส่วนน้อยที่สามารถปฏิบัติตามแผนควบคุมสารก่อภูมิแพ้ได้ครบถ้วน
นักวิจัยมองว่า แสง UV222 อาจเป็นทางเลือกที่ง่ายและรวดเร็วกว่า อุปกรณ์แบบพกพาอาจถูกนำไปใช้ในบ้าน โรงเรียน โรงพยาบาล หรือสถานที่ที่มีฝุ่นสูง รวมถึงการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม เช่น ฟาร์ม โรงเรือนเพาะปลูก ห้องทดลองสัตว์ หรือโรงงานแปรรูปอาหาร เพื่อลดความเสี่ยงจากสารก่อภูมิแพ้ในอากาศ
แม้ยังต้องมีการศึกษาต่อเพิ่มเติมก่อนใช้งานเชิงพาณิชย์ แต่งานวิจัยนี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเทคโนโลยีที่อาจช่วยบรรเทาภาระของโรคภูมิแพ้และหืดหอบ ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้คนนับร้อยล้านรายทั่วโลกในอนาคต
