นักวิจัยอเมริกันพัฒนาโมเดลปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถวิเคราะห์ภาพจอประสาทตาเพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ได้อย่างแม่นยำ เปิดทางสู่การคัดกรองผู้มีความเสี่ยงก่อนเกิดความเสียหายของสมองที่ไม่อาจย้อนกลับได้
งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลอริดา ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Alzheimer's Disease พบว่าภาพถ่ายจอประสาทตาแบบมาตรฐาน (Colored Fundus Photography) ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลายในการตรวจสุขภาพตา สามารถนำมาวิเคราะห์ด้วย AI เพื่อคาดการณ์ปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับโรคอัลไซเมอร์ได้
นักวิจัยใช้เทคนิคการเรียนรู้เชิงลึก (Deep Learning) วิเคราะห์ภาพจอประสาทตาจากผู้เข้าร่วมกว่า 40,000 ราย ในฐานข้อมูล UK Biobank และพบว่า AI สามารถระบุความผิดปกติของหลอดเลือดจอประสาทตาและขั้วประสาทตา ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับปัจจัยเสี่ยงของโรคอัลไซเมอร์ ระบบสามารถทำนายข้อมูลสำคัญได้หลากหลาย ทั้งเพศ ความดันโลหิต การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์ และภาวะนอนไม่หลับ ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคอัลไซเมอร์ในอนาคต
นักวิจัยระบุว่า ภาพจอประสาทตาอาจเป็น “เซ็นเซอร์ชีวภาพ” ที่สะท้อนความเสียหายสะสมของระบบประสาทและหลอดเลือดได้ดีกว่าการซักประวัติหรือแบบสอบถามเพียงอย่างเดียว อีกทั้งยังเป็นวิธีที่มีต้นทุนต่ำและเข้าถึงได้ง่ายกว่าการตรวจด้วย MRI หรือเทคโนโลยีทางสมองขั้นสูง
ก่อนหน้านี้ ทีมวิจัยเคยแสดงให้เห็นแล้วว่าภาพจอประสาทตาสามารถช่วยตรวจพบผู้ป่วยอัลไซเมอร์ที่มีอาการชัดเจนได้ แต่ผลการศึกษาครั้งล่าสุดชี้ว่าการวิเคราะห์ภาพตาอาจช่วยค้นหาผู้ที่อยู่ในระยะเสี่ยงได้ล่วงหน้าหลายปี เปิดโอกาสให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การใช้ยา หรือมาตรการป้องกันอื่นๆ ก่อนที่โรคจะลุกลามจนเกิดความเสียหายต่อสมองอย่างถาวร
ข้อมูลจาก : https://news.ufl.edu/2026/06/alzheimer-retina/
