โดยเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด ได้อธิบายว่า
ดื่มได้และมีประโยชน์อยู่จริง แต่ต้องดูก่อนว่า ดื่มกี่มิลลิลิตร สุขภาพไตเป็นอย่างไร และน้ำตาลในเลือดสูงง่ายหรือเปล่า เพราะน้ำมะพร้าว 1 แก้วกับขวดใหญ่ครึ่งลิตรต่างกันมาก จากเครื่องดื่มสดชื่นอาจกลายเป็นได้น้ำตาลกับโพแทสเซียมเกินโดยไม่รู้ตัว วันนี้ผมจะสรุปให้ชัดว่า ปริมาณเท่าไรเหมาะกับใคร และใครไม่ควรหยิบมาดื่มทุกวันครับ
1️. น้ำมะพร้าว 1 แก้ว มีน้ำตาลและโพแทสเซียมเท่าไร?
น้ำมะพร้าวประมาณ 240 มิลลิลิตร หรือ 1 แก้ว โดยทั่วไปให้พลังงานประมาณ 40–60 กิโลแคลอรี มีคาร์โบไฮเดรตประมาณ 9–12 กรัม น้ำตาลประมาณ 6–11 กรัม หรือราว 1½–3 ช้อนชา และโพแทสเซียมประมาณ 400–600 มิลลิกรัม
ถ้าเป็นขวดใหญ่ 500 มิลลิลิตร ปริมาณทั้งหมดอาจเพิ่มเป็นน้ำตาลประมาณ 15–22 กรัม หรือราว 4–5½ ช้อนชา และโพแทสเซียมประมาณ 800–1,200 มิลลิกรัม ได้ ตัวเลขของแต่ละยี่ห้อไม่เท่ากัน จึงต้องพลิกดูฉลากของขวดที่ดื่มจริงด้วยครับ
2️. ใครเหมาะกับน้ำมะพร้าว และควรดื่มแค่ไหน?
คนสุขภาพทั่วไป ไตปกติ และน้ำตาลไม่สูง สามารถดื่มประมาณ 200–250 มิลลิลิตรต่อครั้ง ได้ครับ โดยเฉพาะวันที่อากาศร้อนหรือออกกำลังกายระดับเบาถึงปานกลาง ถ้าเลือกน้ำมะพร้าวแทนน้ำอัดลม ชาเย็น หรือน้ำหวาน ก็ถือว่าเป็นทางเลือกที่ดีขึ้น
แต่ต้องเลือกแบบ 100% และไม่เติมน้ำตาล เพราะแบบแต่งรสอาจมีน้ำตาลและพลังงานเพิ่มขึ้นอีกครับ ไม่จำเป็นต้องดื่มทุกวัน และไม่ต้องดื่มวันละหลายลูกเพื่อหวังให้ได้เกลือแร่เยอะ ๆ เพราะเรารับโพแทสเซียมและแร่ธาตุจากผัก ผลไม้ ถั่ว และอาหารอื่นได้อยู่แล้ว
3️. คนเป็นเบาหวาน ดื่มแล้วน้ำตาลพุ่งไหม?
น้ำมะพร้าวมีน้ำตาลตามธรรมชาติ และแทบไม่มีใยอาหารมาชะลอการดูดซึมเหมือนตอนกินผลไม้ทั้งลูกครับ คนเป็นเบาหวานหรือมีภาวะดื้อต่ออินซูลิน ผมแนะนำให้เริ่มประมาณ 100–150 มิลลิลิตร เลือกแบบไม่เติมน้ำตาล และหลีกเลี่ยงการดื่มพร้อมมื้อที่มีข้าว เส้น ขนม หรือของหวานเยอะอยู่แล้ว
ถ้าดื่มขวดใหญ่ 500 มิลลิลิตร คุณอาจได้น้ำตาลมากกว่า 20 กรัม ในเวลาไม่กี่นาที น้ำตาลจึงขึ้นได้ชัดกว่าการจิบแก้วเล็กครับ คนที่มี CGM สามารถลองวัดก่อนดื่มได้นะ และหลังดื่มประมาณ 1–2 ชั่วโมง เพื่อดูว่าปริมาณนั้นเหมาะกับตัวเองหรือไม่ ส่วนเวลาเลือกซื้อ อย่าดูแค่คำว่า “ไม่เติมน้ำตาล” แต่ให้ดูทั้งคาร์โบไฮเดรตรวม น้ำตาลรวม และจำนวนหน่วยบริโภคต่อขวดครับ
4️. คนเป็นโรคไตต้องระวังเรื่องโพแทสเซียม
น้ำมะพร้าว 1 แก้วมีโพแทสเซียมประมาณ 400–600 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าไม่น้อยครับ ถ้าดื่มครึ่งลิตรอาจเข้าใกล้หรือเกิน 1,000 มิลลิกรัม ในครั้งเดียว คนที่ไตปกติส่วนใหญ่ขับโพแทสเซียมส่วนเกินออกได้ แต่คนที่ไตเสื่อมระยะมาก ฟอกไต จำกัดน้ำ หรือเคยมีค่าโพแทสเซียมสูง อาจขับออกไม่ทัน หากโพแทสเซียมในเลือดสูงมากอาจเกิดกล้ามเนื้ออ่อนแรง ใจสั่น หรือหัวใจเต้นผิดจังหวะได้ National Kidney Foundation จึงระบุว่าน้ำมะพร้าวเป็นเครื่องดื่มโพแทสเซียมสูง และผู้ที่เป็นโรคไตควรปรึกษาแพทย์ก่อนดื่มครับ
5️. น้ำมะพร้าวช่วยลดความดันได้ไหม?
โพแทสเซียมช่วยลดผลของโซเดียม และช่วยให้ผนังหลอดเลือดคลายตัว จึงมีส่วนช่วยควบคุมความดันได้ครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าดื่มน้ำมะพร้าววันละลูก แล้วจะกินเค็มต่อได้เหมือนเดิมนะครับ ถ้ายังกินอาหารแปรรูป บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ของหมักดอง น้ำปลา และซอสเยอะ ความดันก็ยังคุมยาก คนความดันสูงที่ไตปกติอาจดื่มแก้วเล็กเป็นบางวันได้ แต่ต้องลดเค็ม คุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย และกินยาตามแพทย์สั่งควบคู่กัน น้ำมะพร้าวไม่ใช่ยาลดความดันครับ
6️.หลังออกกำลังกาย ดื่มแทนน้ำเกลือแร่ได้ไหม?
ถ้าออกกำลังกายไม่เกินประมาณ 60 นาที และไม่ได้เสียเหงื่อมาก น้ำเปล่าก็เพียงพอสำหรับคนส่วนใหญ่ครับ ส่วนน้ำมะพร้าวประมาณ 200–300 มิลลิลิตร ใช้เติมความสดชื่นและให้พลังงานเล็กน้อยได้
แต่ถ้าวิ่งนาน ทำงานกลางแดด หรือเสียเหงื่อมาก ร่างกายจะเสียโซเดียมออกไปด้วย น้ำมะพร้าวมีโพแทสเซียมเด่น แต่โซเดียมอาจไม่พอ จึงไม่ได้แทนเครื่องดื่มเกลือแร่ที่มีสัดส่วนเหมาะสมได้ทุกกรณี ส่วนคนที่ท้องเสียหรืออาเจียนมาก ควรใช้สารละลายเกลือแร่สำหรับท้องเสีย ไม่ใช่ดื่มน้ำมะพร้าวแทนครับ
7️. ความเชื่อเรื่องน้ำมะพร้าวที่อยากให้เข้าใจใหม่
ดื่มแล้วล้างไต
น้ำมะพร้าวไม่ได้ชะล้างสารพิษออกจากไตครับ และคนไตเสื่อมบางรายกลับต้องจำกัด เพราะมีโพแทสเซียมสูง
เป็นของธรรมชาติ จึงไม่ทำให้น้ำตาลขึ้น
ยังทำให้น้ำตาลขึ้นได้ครับ โดยเฉพาะขวดใหญ่หรือชนิดที่เติมน้ำตาล
ดื่มเยอะยิ่งดี เพราะได้เกลือแร่เพิ่ม
จริงแค่ครึ่งเดียว เพราะน้ำตาล พลังงาน และโพแทสเซียมก็เพิ่มตามปริมาณที่ดื่มเช่นกัน
ใช้แทนน้ำเปล่าได้ทั้งวัน
ไม่ควรครับ น้ำเปล่ายังเป็นเครื่องดื่มหลักที่ดีที่สุดสำหรับคนทั่วไป
เลือกดื่มให้เหมาะแบบจำง่าย ๆ
• คนสุขภาพทั่วไป: ประมาณ 200–250 มิลลิลิตรต่อครั้ง
• คนเป็นเบาหวาน: เริ่มประมาณ 100–150 มิลลิลิตร และดูระดับน้ำตาลของตัวเอง
• คนออกกำลังกายเบา ๆ: ประมาณ 200–300 มิลลิลิตร ดื่มได้ แต่ไม่จำเป็นกว่าน้ำเปล่า
• คนไตเสื่อม ฟอกไต โพแทสเซียมสูง หรือจำกัดน้ำ: ควรถามทีมรักษาก่อน
• เลือกแบบ 100% ไม่เติมน้ำตาล และดูตัวเลขต่อทั้งขวด ไม่ใช่แค่ต่อหนึ่งหน่วยบริโภค
• ไม่จำเป็นต้องดื่มทุกวัน และไม่ควรใช้แทนน้ำเปล่าทั้งวัน
น้ำมะพร้าวมีประโยชน์ ทั้งช่วยเติมน้ำ ให้พลังงานเล็กน้อย และมีโพแทสเซียมที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมความดัน แต่ปริมาณคือเรื่องสำคัญ คนสุขภาพทั่วไปดื่มได้เป็นบางวัน ส่วนคนเป็นเบาหวานต้องคุมปริมาณ และคนเป็นโรคไตต้องระวังมากเป็นพิเศษ ดื่มเพราะชอบได้ครับ แต่อย่าดื่มเพราะคิดว่าเป็นยาล้างไตหรือยารักษาความดัน
ข้อมูลจากเพจเฟซบุ๊ก หมอเจด
