'สารหนู' ภัยเงียบใกล้ตัว! กรมอนามัยเตือนอาจพบในน้ำบาดาล แนะเช็คคุณภาพน้ำ ติดตามประกาศจากหน่วยงานสาธารณสุข

กรมอนามัยเผยถึงการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำอุปโภค-บริโภค โดยเฉพาะในแม่น้ำ น้ำบาดาลในพื้นที่เสี่ยง รวมถึงติดตามคุณภาพอาหารและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ค่าปริมาณสารหนูอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยตามที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด พร้อมแนะนำประชาชนที่ใช้น้ำบาดาลควรตรวจสอบคุณภาพน้ำอย่างสม่ำเสมอ และติดตามประกาศจากหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่อย่างใกล้ชิด


พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย เปิดเผยว่า ความจริงแล้วสารหนู (Arsenic) เป็นสารที่พบได้ทั้งในชนิดอินทรีย์ (Organic Arsenic) และอนินทรีย์ (Inorganic Arsenic) โดยสารหนูชนิดอินทรีย์มักพบในสิ่งมีชีวิต โดยเฉพาะสัตว์น้ำและสัตว์ทะเลหลายชนิด เช่น ปลา กุ้ง หอย ปู และสาหร่ายทะเล เนื่องจากสิ่งมีชีวิตเหล่านี้สามารถสะสมสารหนูจากสิ่งแวดล้อม มีความเป็นพิษต่ำและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพ หากกินในปริมาณปกติ สำหรับสารหนูชนิดอนินทรีย์เป็นชนิดที่มีผลกระทบต่อสุขภาพมากกว่า พบได้ตามธรรมชาติในดิน หิน และน้ำใต้ดิน รวมถึงอาจปนเปื้อนจากกิจกรรมทางอุตสาหกรรมและการเกษตร แม้ในปริมาณน้อยอาจไม่ก่อให้เกิดอาการทันที แต่หากได้รับสะสมในระยะยาวอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพอย่างรุนแรง


“ทั้งนี้ สารหนูสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 4 ช่องทาง ดังนี้ 1) การดื่มน้ำที่ปนเปื้อนสารหนู โดยเฉพาะน้ำบาดาลบางพื้นที่ 2) การบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน เช่น ข้าว พืชผัก หรือสัตว์น้ำที่สะสมสารหนูจากสิ่งแวดล้อม 3) การหายใจเอาฝุ่นหรือควันจากอุตสาหกรรมบางประเภท 4) การสัมผัสทางผิวหนังในพื้นที่ปนเปื้อน อาการของการได้รับสารหนู จะมี 2 ลักษณะ คือ หากได้รับแบบเฉียบพลัน จะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ท้องเสียรุนแรง อ่อนเพลีย ความดันต่ำ หากได้รับแบบระยะยาวหรือเรื้อรัง ผิวหนังคล้ำ มีจุดด่างดำที่ฝ่ามือฝ่าเท้า ชาปลายมือปลายเท้า เสี่ยงโรคหัวใจ โรคระบบประสาท เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งบางชนิด เช่น มะเร็งผิวหนัง ปอด และกระเพาะปัสสาวะ สารหนูถือเป็นภัยเงียบ อาการอาจไม่แสดงทันที แต่สะสมจนก่อให้เกิดโรคระยะยาวได้” อธิบดีกรมอนามัยกล่าว


พญ.อัมพรกล่าวในตอนท้ายว่า กรมอนามัยได้เล็งเห็นความสำคัญโดยมีการเฝ้าระวังคุณภาพแหล่งน้ำที่ประชาชนใช้ให้มีการผ่านมาตรฐานคุณภาพน้ำประปาดื่มได้ โดยกำชับให้หน่วยงานในพื้นที่ที่ใช้น้ำจากแม่น้ำที่ปนเปื้อน แหล่งน้ำบาดาลในกระบวนการผลิตประปาต้องมีการตรวจคุณภาพน้ำให้เป็นไปตามเกณฑ์คุณภาพน้ำประปาดื่มได้ กรมอนามัย 2563 ประชาชนในพื้นที่ที่อยู่ใกล้แหล่งที่ปนเปื้อนสารหนูกรณีนำผักมาปรุงประกอบอาหารควรล้างให้สะอาดก่อนนำมารับประทาน บริโภคอาหารที่หลากหลาย หากมีอาการผิดปกติเรื้อรัง ควรพบแพทย์ทันที หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงแหล่งน้ำที่ปนเปื้อนสารหนูควรติดตามข้อมูลจากหน่วยงานสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด เพราะการรู้เท่าทันและป้องกันตนเองตั้งแต่วันนี้ คือการปกป้องสุขภาพของตนเองและครอบครัวในระยะยาวต่อไป

 


ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล https://www.thaihealth.or.th/?p=414718