www.docwirenews.com, www.drugs.com, https://investor.lilly.com, www.adameetingnews.org, www.ccjm.org, www.medscape.com: ผลลัพธ์จาก 2 การศึกษาทางคลินิกที่สำคัญของ retatrutide ซึ่งเป็นยาตัวแรกในกลุ่ม triple hormone receptor agonists (glucagon-like peptide-1 (GLP-1), glucose-dependent insulinotropic polypeptide (GIP) และ glucagon receptor agonists) ที่กำลังอยู่ในขั้นตอนของการศึกษาทางคลินิกในระยะที่ 3 ที่ได้รับการนำเสนอในงานประชุม 86th Scientific Sessions ของ American Diabetes Association (ADA) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 5-8 มิถุนายน 2026 ในเมือง New Orleans มลรัฐ Louisiana ของสหรัฐอเมริกา แสดงให้เห็นว่า retatrutide ขนาด 12 มิลลิกรัม ฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนังเพียงสัปดาห์ละครั้ง สามารถลดน้ำหนักลงได้ถึง 28.3% หรือ 70.3 ปอนด์ ตลอด 80 สัปดาห์ของการศึกษา และถึงราวๆ 45.3% ของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ได้รับยาฉีด retatrutide ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักลงได้ตั้งแต่ 30% ขึ้นไป ซึ่งเป็นระดับของน้ำหนักตัวที่ลดลงจากการผ่าตัดกระเพาะอาหารเพื่อลดน้ำหนัก (bariatric surgery)
ขณะเดียวกันยังพบว่ายาฉีด retatrutide (ฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนังเพียงสัปดาห์ละครั้ง) สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดย้อนหลังประมาณ 3 เดือนหรือ glycated hemoglobin (HbA1c) ลงได้มากถึง 2.0% ที่ 40 สัปดาห์ของการศึกษา จากค่า HbA1c ที่ 7.9% เมื่อเริ่มต้นการศึกษา และถึงราวๆ 46% ของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ได้รับยาฉีด retatrutide ประสบความสำเร็จในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับปกติ คือต่ำกว่า 5.7% ซึ่งเป็น threshold for normoglycemia ตามเกณฑ์ของ ADA
การศึกษาแรกมีชื่อว่า TRIUMPH-1 ซึ่งเป็น Phase 3, 80-week, randomized, double-blind, placebo-controlled master trial ในผู้เข้าร่วมการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 2,339 ราย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปและมีภาวะอ้วนลงพุง (obesity; body mass index หรือ BMI ตั้งแต่ 30 kg/m² ขึ้นไป) หรือมีภาวะน้ำหนักเกิน (overweight; BMI ตั้งแต่ 27 kg/m² ขึ้นไป) และมีโรคร่วมที่สัมพันธ์กับน้ำหนักตัว (weight-related comorbidities) อย่างน้อย 1 โรค ได้แก่ hypertension, dyslipidemia, obstructive sleep apnea หรือ cardiovascular (CV) disease แต่ไม่ได้เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยผู้เข้าร่วมการศึกษาเหล่านี้ถูกสุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม (1:1:1:1) ให้ได้รับ retatrutide ขนาด 4 มิลลิกรัม, retatrutide ขนาด 9 มิลลิกรัม, retatrutide ขนาด 12 มิลลิกรัม หรือได้รับ placebo
ผลการศึกษาที่ 80 สัปดาห์ พบว่า retatrutide ทั้ง 3 ขนาดตามที่กล่าวมา สามารถลดน้ำหนักได้ดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติเมื่อเทียบกับ placebo (retatrutideขนาด 4 มิลลิกรัมลดน้ำหนักลงได้ 19.0% หรือ 47.2 ปอนด์, retatrutide ขนาด 9 มิลลิกรัมลดน้ำหนักลงได้ 25.9% หรือ 64.4 ปอนด์, retatrutide ขนาด 12 มิลลิกรัมลดน้ำหนักลงได้ 28.3% หรือ 70.3 ปอนด์ เทียบกับ placebo ที่ลดน้ำหนักลงได้ 2.2% หรือ 5.5 ปอนด์ ) ขณะเดียวกันพบว่าเกือบ 2 ใน 3 ของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่ได้รับ retatrutide ขนาด 12 มิลลิกรัม ประสบความสำเร็จในการมี BMI ต่ำกว่า 30 kg/m² ที่ 80 สัปดาห์ของการศึกษา นอกจากนี้ ในส่วนของผู้เข้าร่วมการศึกษาที่มี BMI ตั้งแต่ 35 kg/m² ขึ้นไป พบว่าการได้รับ retatrutide ขนาด 12 มิลลิกรัมต่อเนื่องยาวนานไปอีกถึง 104 สัปดาห์ สามารถลดน้ำหนักลงได้เฉลี่ยถึง 30.3%

อีกทั้งใน basket trials ของ TRIUMPH-1 ได้แก่ กลุ่มคนไข้ knee osteoarthritis และกลุ่มคนไข้ obstructive sleep apnoea (OSA) พบว่าที่ 80 สัปดาห์ retatrutideสามารถลด Western Ontario and McMaster Universities Osteoarthritis Index (WOMAC) pain subscale score ของคนไข้ข้อเข่าเสื่อมลงได้เท่ากับหรือน้อยกว่า 4.3 แต้ม (73.1%) จากเมื่อเริ่มต้นการศึกษา และสามารถลด apnea-hypopnea index (AHI) ของคนไข้ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับลงได้เท่ากับหรือน้อยกว่า 36.1 events per hour (60.6%) จากเมื่อเริ่มต้นการศึกษา (58.6 events per hour)
ขณะที่การศึกษาที่ 2 มีชื่อว่า TRANSCEND-T2D-1 ซึ่งเป็น Phase 3, 40-week, randomized, double-blind, placebo-controlled trial ในผู้เข้าร่วมการศึกษาจำนวนทั้งสิ้น 537 ราย อายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไปและเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 (อายุเฉลี่ย 48.8 ปี, mean HbA1c concentration อยู่ที่ 7.9%, เป็นเบาหวานมาประมาณ 2.5 ปีและมี BMI เฉลี่ยอยู่ที่ 35.8 kg/m²) โดยผู้เข้าร่วมการศึกษาเหล่านี้ยังไม่สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ดีพอจากการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย ผู้เข้าร่วมการศึกษาถูกสุ่มออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ จำนวน 134 ราย ได้รับ retatrutide ขนาด 4 มิลลิกรัม, จำนวน 133 ราย ได้รับ retatrutide ขนาด 9 มิลลิกรัม, จำนวน 136 ราย ได้รับ retatrutide ขนาด 12 มิลลิกรัมและจำนวน 134 ราย ได้รับ placebo
ผลการศึกษาที่ 40 สัปดาห์ พบว่าโดยรวมคนไข้เบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับยาฉีด retatrutide ประสบความสำเร็จในการบรรลุถึงการมี average A1C reduction ลงได้ถึง 2.0% จาก HbA1c ที่ 7.9% เมื่อเริ่มต้นการศึกษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พบว่าถึงประมาณ 90% ของคนไข้เบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับยาฉีด retatrutide ประสบความสำเร็จในการบรรลุถึงการมีค่า HbA1c ต่ำกว่า 7% ซึ่งเป็นเป้าหมายโดยทั่วไปสำหรับคนไข้เบาหวานชนิดที่ 2 ตามคำแนะนำของ ADA และถึงประมาณ 46% ของคนไข้เบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับยาฉีด retatrutide ประสบความสำเร็จในการบรรลุถึงการมีระดับน้ำตาลในเลือดเป็นปกติ คือ HbA1c ต่ำกว่า 5.7% นอกจากนี้ ที่ 40 สัปดาห์ของการศึกษายังพบว่าโดยรวมคนไข้เบาหวานชนิดที่ 2 ที่ได้รับยาฉีด retatrutide มีน้ำหนักลดลงเฉลี่ย 36.6 ปอนด์ (16.8%) จากน้ำหนักตัวเมื่อเริ่มต้นการศึกษา
อีกทั้งใน 2 การศึกษาทางคลินิกที่กล่าวมาของ retatrutide ยังพบว่ายาฉีด retatrutide สามารถลด cardiovascular risk factors ต่างๆ ลงได้อย่างมีนัยสำคัญจากเมื่อเริ่มต้นการศึกษา โดยใน TRIUMPH-1 ลด triglycerides ลงได้ 41.0%, ลด non-HDL cholesterol ลงได้ 24.2%, ลด systolic blood pressure ลงได้ 12.3 mmHg และลด waist circumference ลงได้ 9.5 นิ้ว (24.1 เซนติเมตร) ส่วนใน TRANSCEND-T2D-1 ลด triglycerides ลงได้ 39.6%, ลด non-HDL cholesterol ลงได้ 19.8%, ลด systolic blood pressure ลงได้ 6.4 mmHg และลด waist circumference ลงได้ 4.9 นิ้ว (12.4 เซนติเมตร)
