ความเสี่ยงอีโบลาแพร่ระบาดนอกแอฟริกายังอยู่ในระดับต่ำ

นักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลการระบาดของโรคอีโบลาตลอด 50 ปีที่ผ่านมา พบโอกาสการแพร่กระจายข้ามทวีปมีน้อยมาก โดยประเทศเพื่อนบ้านของพื้นที่ระบาดยังคงเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด ขณะที่มาตรการคัดกรองและควบคุมโรคต้นทางสามารถลดความเสี่ยงได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ผลการศึกษาที่ตีพิมพ์ในวารสาร Eurosurveillance ได้รวบรวมข้อมูลผู้ป่วยโรคอีโบลาที่ได้รับการยืนยันทางห้องปฏิบัติการและเดินทางออกนอกทวีปแอฟริกาตั้งแต่ปีค.ศ. 1976 ถึงเดือนพฤษภาคม ปีนี้เพื่อประเมินความเสี่ยงของการแพร่ระบาดระหว่างประเทศ


ทีมวิจัยของ Kevin van Zanvoort พบผู้ป่วยอีโบลานอกแอฟริกาทั้งหมด 28 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยนำเข้า 25 ราย และผู้ติดเชื้อทุติยภูมิ 3 รายในสหรัฐฯ และยุโรป โดยผู้ป่วยส่วนใหญ่ติดเชื้อระหว่างการระบาดใหญ่ของอีโบลาในแถบแอฟริกาตะวันตกระหว่างปี ค.ศ. 2014 ถึง ค.ศ. 2016


การวิเคราะห์แยกผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ ผู้ป่วยที่ถูกส่งต่อทางการแพทย์อย่างปลอดภัยจากทวีปแอฟริกา และผู้ป่วยแฝงที่ยังไม่แสดงอาการขณะเดินทางด้วยเที่ยวบินพาณิชย์ ซึ่งพบเพียง 4 รายตลอดช่วงการระบาดใหญ่ ทั้งหมดไม่แสดงอาการระหว่างการคัดกรองก่อนและหลังเดินทาง ทำให้ไม่สามารถตรวจพบได้ในขณะนั้น


จากข้อมูลดังกล่าว นักวิจัยคำนวณว่าตั้งแต่ปี ค.ศ. 2000 เป็นต้นมา ความเสี่ยงของการพบผู้ป่วยอีโบลานอกแอฟริกาอยู่ที่เพียง 0.17 รายต่อผู้ป่วยอีโบลา 1,000 รายในแอฟริกา


คณะผู้วิจัยสรุปว่า ความเสี่ยงการส่งออกโรคอีโบลาสู่ประเทศอื่นยังค่อนข้างต่ำ และสามารถลดลงได้อีกผ่านมาตรการป้องกันการติดเชื้อในพื้นที่ระบาด การคัดกรองผู้เดินทาง และการติดตามบุคลากรสาธารณสุขที่เดินทางกลับจากพื้นที่เสี่ยงโดยเน้นย้ำว่าการเสริมศักยภาพการคัดกรองในประเทศต้นทางเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของประชาคมโลก

 


ข้อมูลจาก : https://medicalxpress.com/news/2026-06-ebola-global-years-worth.html