กรมแพทย์แผนไทยฯ ยกระดับ 'กัญชาทางการแพทย์' ปรับโฉมร้านค้าสู่สถานพยาบาล คุมเข้มผ่าน MC-GIS และ Traffy Fondue

อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยฯ กางกฎกระทรวงใหม่ พ.ศ. 2569 ยกระดับมาตรฐานร้านจำหน่ายกัญชาทางการแพทย์ต้องมีลักษณะเป็นสถานพยาบาล-ผู้เชี่ยวชาญเฝ้าร้าน พร้อมดึงเทคโนโลยีดิจิทัลตรวจสอบพิกัด-รับแจ้งเบาะแสผ่าน ‘หมอพร้อม’ และ Traffy Fondue


วันที่ 14 พ.ค. 2569 กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เดินหน้ายกระดับการควบคุมกัญชาทางการแพทย์ครั้งใหญ่ หลังประกาศใช้กฎกระทรวงใหม่ พ.ศ. 2569 อย่างเป็นทางการ ชู 3 มาตรการสำคัญ ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานร้านจำหน่ายกัญชาทางการแพทย์ การเพิ่มอำนาจตรวจสอบร่วมกับฝ่ายปกครอง และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ผ่านระบบ MC-GIS และ Traffy Fondue เพื่อป้องกันการใช้กัญชาผิดวัตถุประสงค์ และสร้างหลักประกันด้านสุขภาพให้ประชาชนอย่างยั่งยืนในระยะยาว


ดร.นพ.พงศธร พอกเพิ่มดี อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เปิดเผยว่า ภายหลังราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่กฎกระทรวงว่าด้วยการอนุญาตให้ศึกษาวิจัย ส่งออก จำหน่าย หรือแปรรูปสมุนไพรควบคุม เพื่อการค้า (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2569 และมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน 2569 เป็นต้นไปถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับการกำกับดูแล “กัญชาทางการแพทย์” ให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ด้านการรักษาอย่างแท้จริง พร้อมลดปัญหาการนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่ชัดเจนให้แก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม


สำหรับสาระสำคัญของกฎกระทรวงฉบับใหม่ ประกอบด้วย 3 มาตรการหลัก ได้แก่ การยกระดับมาตรฐานร้านจำหน่ายกัญชาทางการแพทย์ การเพิ่มอำนาจตรวจสอบร่วมกับฝ่ายปกครอง และการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ในการกำกับดูแลอย่างเข้มข้น


ในส่วนของมาตรฐานสถานประกอบการ ผู้ประกอบการที่ต้องการขออนุญาตจำหน่ายกัญชาทางการแพทย์ จะต้องดำเนินกิจการในลักษณะสถานพยาบาล สถานที่ผลิตหรือจำหน่ายยาและผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือเป็นผู้ได้รับการรับรองเป็นหมอพื้นบ้าน พร้อมปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ใหม่ด้านการจัดเก็บช่อดอกกัญชาอย่างเหมาะสม ไม่วางสัมผัสพื้น มีระบบกำจัดกลิ่นและควันที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องมีบุคลากรที่ผ่านการอบรมจากกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกประจำตลอดเวลาทำการ


ทั้งนี้ ใบอนุญาตเดิมยังสามารถใช้งานได้จนกว่าจะหมดอายุ แต่การต่ออายุใบอนุญาตจะต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ใหม่ทั้งหมด


ขณะเดียวกัน กระทรวงสาธารณสุขยังได้เพิ่มความเข้มงวดด้านการบังคับใช้กฎหมาย โดยแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพิ่มเติมตามประกาศกระทรวงฯ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2569 ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม 2569 เพื่อปิดช่องโหว่การใช้กัญชาเพื่อสันทนาการ และขยายอำนาจการตรวจสอบไปยังฝ่ายปกครองส่วนภูมิภาค เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ และปลัดอำเภอ รวมถึงพื้นที่ปกครองพิเศษอย่างกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา โดยเจ้าหน้าที่มีอำนาจเข้าตรวจสอบสถานประกอบการในเวลาทำการ ตรวจสอบเอกสาร ยึดหรืออายัดสิ่งของ และดำเนินการจับกุมผู้จำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ทันที


นอกจากนี้ กรมการแพทย์แผนไทยฯ ยังได้นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเสริมประสิทธิภาพการกำกับดูแลผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่
1.ระบบ Traffy Fondue ที่พัฒนาร่วมกับ สวทช. สำหรับแจ้งเบาะแสการกระทำผิด
2.ผ่าน Line @traffyfondue และ Super App “หมอพร้อม”
3.ระบบ Medical Cannabis GIS (MC-GIS) สำหรับตรวจสอบพิกัดร้านค้า แปลงปลูก และวันหมดอายุใบอนุญาต ผ่านเว็บไซต์ cannabis-gis.dtam.moph.go.th และแอปพลิเคชัน หมอพร้อม


รวมถึงศูนย์ประสานงานกัญชาทางการแพทย์ Call Center 0-2257-7042 เพื่อให้คำปรึกษาด้านวิชาการ ตรวจสอบสถานะใบอนุญาต และรายชื่อแพทย์ผู้สั่งจ่าย ในวันและเวลาราชการ


ดร.นพ.พงศธรกล่าวในตอนท้ายว่า กรมฯ ได้กำชับไปยังนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศให้ลงพื้นที่สร้างความเข้าใจกับประชาชนและผู้ประกอบการเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยมาตรการทั้งหมด ถือเป็นการดำเนินงานเชิงบูรณาการ เพื่อยกระดับความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชน พร้อมส่งเสริมให้กัญชาถูกใช้ประโยชน์ทางการแพทย์อย่างสูงสุด ภายใต้ระบบกฎหมายที่โปร่งใสและตรวจสอบได้


 


ขอขอบคุณแหล่งที่มาของข้อมูล : https://www.hfocus.org/content/2026/05/38068